Sensitive Soap Gel

สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางพิเศษ ขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกคืนความชุ่มชื้นให้กับผิงด้วย Sorbitol ได้อย่างเป็นธรรมชาติอ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

Active Ingredients

HYDROLYZED PEARL

สารสกัดไข่มุก ผงแป้งไข่มุกถูกนำมาใช้แล้วร่วมหลายพันปีตั้งแต่อารยธรรมอียิปต์โบราณ รวมถึงตามที่กล่าวในพงศาวดารจีน มายัน และอินเดีย แต่เพิ่งมีการศึกษาอย่างจริงจังไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ว่าการทาผงแป้งไข่มุกตามความเชื่อในวัฒนธรรมต่างๆนั้นมีประโยชน์อย่างไร ผงแป้งไข่มุกเกิดจากการบดไข่มุกจากธรรมชาติให้ละเอียดในผงไข่มุกมี แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) กรดอะมิโนร่วม20 ชนิด โดยเฉพาะกรดอะมิโนจำเป็นชนิดที่ผิวไม่สามารถสร้างเองได้ถึง 8 ชนิด
และ แร่ธาตุ ต่างๆ เช่น Calcium , Magnesium , Zinc , Strontium , Copper , Selenium , Siliconและ Titanium    และ คอนชิโนลิน(Conchinolin)  สารที่ทำให้เกิดสีและความมันวาวรูปแบบเฉพาะของผิวไข่มุก

ในปัจจุบันวิทยาการก้าวล้ำไปจึงได้พัฒนา สารสกัดจากไข่มุก ให้อยู่ในรูป Hydrolyzed Pearl Liquid ซึ่งเป็นรูปที่ใช้ง่าย ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีและให้ประสิทธิภาพได้ดี

จากการศึกษาพบว่าไข่มุกที่ผิวมีประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างใหม่ของเซลล์ผิว (Cell Regeneration) 
  • ป้องกันการถูกทำลายของคอลลาเจนจากกระบวนการ Glycation ,Glycation คือขบวนการที่น้ำตาลทำปฎิกิริยากับโปรตีนทำให้เกิด AGEs (Advanced Glycation End Products) ที่กระตุ้นขบวนการอักเสบและทำให้แก่ก่อนวัย
  • แคลเซียมในผงไข่มุก ช่วยเพิ่มความแข็งแรงใน การยึดติดกันของเซลล์ผ่าน Desmosome(เดสโมโซม) ทำให้ผิวแข็งแรงตึงกระชับ
  • สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทไรสิเนส( Tyrosinase)ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดสี(Melanin pigment) จึงทำให้ผิวกระจ่างใสได้เช่นกันเทียบเท่ากับ อาร์บูติน(Arbutin) ส่วนประกอบสำคัญที่พบในแบร์เบอร์รี (Bearberry) 
  • กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ SOD Superozide dismutase enzyme   ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูงในการช่วยชะลอวัย ที่ยับยั้งสารอนุมูลอิสระ Free radicalในการปฏิกิริยาออกซิเดชั่น(Oxidation)
  • ช่วยเคลือบผิวป้องกันการสูญเสียน้ำทำให้ผิวชุ่มชื่น
  • ทำให้ผิวมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงทำให้ผิวเรียบ, มีความยืดหยุ่นดีขึ้น ดังนั้นจึงช่วยลดริ้วรอย ผิวหน้าตึงเรียบกระชับ  ดูผ่องใสเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์กว่าวัp
  • ช่วยควบคุมการหลั่งไขมันบนใบหน้าซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้อีกด้วย

D-PANTHENOL
PROVITAMIN B5

DL-Panthenol เป็นวิตามินตัวหนึ่งในกลุ่มวิตามินบี ละลายน้ำได้ เป็นรูปที่เสถียรของ D-Panthenol และ L-Panthenol หรือเรียกว่า Provitamin B5 มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ร่างกายจะดูดซึม DL-Panthenol ผ่านทางผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเป็น Pantothenic acid ( Vitamin B5 ) โดยทั่วไปผิวหนังต้องการโคเอนไซม์เอ (coenzyme A) ซึ่งเป็นรูปที่ออกฤทธิ์ของกรด pantothenic เพื่อเป็นส่วนประกอบของผิวหนังและทำให้การทำหน้าที่ของเยื่อบุผิวเป็นปกติ

D-Panthenol จัดเป็น provitamin B5 คือเป็นสารตั้งต้นก่อนจะเปลี่ยนเป็น วิตามินบี5 มักพบ Panthenol เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ครีม บำรุงผิวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เป็นต้น วิตามินบี5 เป็นวิตามินที่มีอยู่ในเซลล์ผิวหนังและเป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนบางชนิด หลังจากเซลล์ดูดซึม D-Panthenol แล้วจะ เปลี่ยนเป็น Pantothenic acid หรือวิตามินบี5 และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป DL-panthenol นั้นเป็น recemix mixture

D-Panthenol บรรเทาอาการแพ้ ลดรอยแดง ช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวใหม่ ลดการอักเสบของผิวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวที่เป็นสิว เป็นแผล เป็นผื่นคัน มีอาการแพ้ โดยจากผลการวิจัยพบว่า ช่วยยืดอายุเซลล์ของเซลล์ผิว (skin cell proliferation) ทำให้สมานแผลได้เร็วขึ้นและลดการเกิดแผลเป็น ลดรอยแดงจากสิว ทำหน้าที่เป็น Humectant หรือสารกักเก็บความชื้นที่ดี ช่วยเป็นเกราะให้กับผิว (skin barrier) ป้องกันการสูญเสียความชื้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวที่แห้ง โดยจะช่วยให้ความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

คุณสมบัติของ DL-Panthenol

  • ทำหน้าที่เป็น Moistures ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และกักเก็บความชุ่มชื้น (Humecant)  มีประสิทธิภาพสูงในการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง เนื่องจากเป็นสารปกป้องน้ำระเหยออกจากผิวและสามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดี
  • ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิว ส่งเสริมการสมานของแผลและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยสมานผิวจากอาการไหม้เกรียมจากแสงแดด (sun burn) ลดอาการอักเสบ และการระคายเคืองของผิวจากรอยแผลของสิว
  • ปกป้องผิวจากการระคายเคืองได้ดี โดยเพิ่มประสิทธิภาพของเยื่อหุ้มเซลล์ผิวให้แข็งแรง

ประโยชน์ของ Vitamin B5

  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและการถูกทำลายจากแสงแดด นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

SORBITOL

Sorbitol คืออุ้มน้ำไว้ในผิว จะดึงความชื้นในอากาศเข้าสู่ผิว  เป็นสาร Humectant เป็น moisturizer ให้กับผิวได้ดี เป็นสาร Humectant คือสารที่ทำหน้าที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยเมื่อตัวมันอยู่บนผิวหนังของคนเราแล้ว สาร Humectant จะดูดความชื้นจากอากาศมาสู่ตัวมันทำให้ผิวที่อยู่ภายใต้ humectant ปกคลุมอยู่มีความชุ่มชื้น ซึ่งกระบวนการสร้างความชุ่มชื้นแบบนี้จะต่างจาก การเก็บความชื้นจากผิวหนัง ไม่ให้ระเหยไปสู่อากาศ

NIACINAMIDE
VITAMIN B3

Vitamin B3 หรือ Niacinamide เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว  ชะลอริ้วรอย  เมื่อผิวเกิดริ้วรอยและเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น  เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่บอกถึงความเสื่อมชราของผิวหนัง  สาเหตุหลัก ๆ มาจากการสร้าง collagen และ elastin ใน fibrobrast น้อยลงเรื่อย ๆ  วิธีชะลอริ้วรอยที่แนะนำกันมากก็คือ กระตุ้นการสร้าง fibrobrast และป้องกันไม่ให้โครงสร้างเส้นใย collagen ถูกทำลาย  

          Niacinamide เป็นสารหนึ่งที่พบว่าสามารถช่วยเพิ่ม fibrobrast และ collagen จึงเป็นสารที่ใช้ช่วยชะลอริ้วรอยในผิวหนัง  ช่วยทำให้ผิวขาว และมีสีผิวสม่ำเสมอ  แสงแดดเป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีในผิวหนังมากกว่าปกติ  (hyperpigmentation)  โดย Melanocyte จะผลิต Melanosome ซึ่งมี melanin อยู่ภายใน  แล้วปล่อยเข้าไปใน keratinocyte ที่อยู่รอบ ๆ จากนั้น keratinocyte ที่เคลื่อนสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้า  ไม่มีเม็ดสีที่มากผิดปกติ ผิวจึงดูขาว กระจ่างใส มีสีผิวสม่ำเสมอ

        Niacinamide กับการรักษาสิว  การใช้สารฆ่าเชื้อในการรักษาสิว  โดยทั่วไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแบคทีเรียเกิดการดื้อยาได้  จากการศึกษาของ Shalita Colleagues แสดงให้เห็นว่า Niacinamide 4% มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเช่นเดียวกับการใช้ยา Clindamycin 1% และให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วย

นอกจากนี้ Niacinamide ยังช่วยเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดการระคายเคืองอีกด้วย

คุณสมบัติ 

  • เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ในผิวหนังกำพร้าชั้น stratum corneum มี fatty acid และ ceramide เป็นโครงสร้างสำคัญ ทำหน้าที่ปกป้องผิวและเก็บกักน้ำทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น จากการทดลองพบว่า Niacinamide สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความแข็งแรงให้ผิวหนังได้โดย
  • เพิ่มการสังเคราะห์ keratin และ involucrin กับ filaggrin ซึ่งเป็น barrier layer protein ในผิวชั้นหนังกำพร้า
  • เพิ่มการสร้าง free fatty acid และ ceramide
  • ลดการสูญเสียน้ำออกผิวหนัง (Trans epidermal water loss)
  •  ชะลอริ้วรอย เมื่อผิวเกิดริ้วรอยและเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่บอกถึงความเสื่อมชราของผิวหนัง สาเหตุหลักๆมาจากการสร้าง collagen และ elastin ใน fibroblast น้อยลงเรื่อยๆ วิธีชะลอริ้วรอยที่แนะนำกันมากก็คือ กระตุ้นการสร้าง fibroblast และป้องกันไม่ให้โครงสร้างเส้นใย collagen ถูกทำลาย 

Niacinamide เข้าไปยับยั้งการส่งถ่าย melanosome ไปยัง keratinocyte ทำให้ keratinocyte ที่เคลื่อนสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้าไม่มีเม็ดสีที่มากผิดปกติ ผิวจึงดูขาว กระจ่างใส มีสีผิวสม่ำเสมอ

วิธีใช้ : ล้างทำความสะอาดผิวหน้า เช้า-เย็น

สอบถามเพิ่มเติมการรับผลิตครีมและเครื่องสำอางเป็นของตัวเองปรึกษา “Purederima”

Callcenter : 02-2854266-7 / 061-656-1449

Line : @purederima

Facebook: Pure Derima Laboratories

Website : https://www.pdl.co.th/

Instagram : purederima

This entry was posted in . Bookmark the permalink.