เปิดกลยุทธ์ดันธุรกิจ Start Up แบรนด์ลิปสติกให้โตไว

เปิดกลยุทธ์ดันธุรกิจ Start Up แบรนด์ลิปสติกให้โตไว

            ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ รากฐานสำคัญมาจากการวางกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพ มีการปรับปรุง พัฒนาและต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แน่น่อนว่าในแวดวงผู้ทำธุรกิจย่อมมุ่งหวังในความสำเร็จและเติบโตก้าวหน้า ในบทความนี้ เราได้รวบรวมกลยุทธ์เด็ดๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจ Start Up แบรนด์ลิปสติกที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจน้อย ให้รู้จักการวางแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีสติ และต้องการดันธุรกิจลิปสติกของตนเองให้โตไวอย่างไม่ทุลักทุเล

1. ประเมินตัวเองเพื่อให้ธุรกิจแบรนด์ลิปสติกอยู่รอดและเติบโต

            ในกรณีที่คุณยังใหม่ในวงการธุรกิจแบรนด์ลิปสติก ก่อนอื่นคุณควรประเมินตนเองเกี่ยวกับความสามารถในการทำธุรกิจนี้ เช่น เงินทุน ความรู้เกี่ยวกับลิปสติก (เทรด์, ลักษณะความแตกต่างของเนื้อลิปสติก, ส่วนผสม หรืออื่นๆ) ความรู้เกี่ยวกับการทำตลาด ที่สำคัญอย่าเพิ่งทำอะไรที่เกินตัว เมื่อคุณประเมินตนเองได้ว่าอยู่ในระดับใด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจลิปสติกของคุณได้ และช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้

2. เลือกโรงงานผลิตลิปสติกได้มาตรฐาน

            สำหรับธุรกิจ Start Up แบรนด์ลิปสติก เชื่อว่าคุณคงไม่ถึงขั้นลงทุนสร้างโรงงานผลิตลิปสติกขึ้นมาเองแน่ๆ ดังนั้น การเลือกโรงงานผลิตลิปสติกแบบ OEM เป็นเรื่องที่คุณต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะมันคือหัวใจหลักของสินค้าคุณ ว่าจะได้ออกมาตรงตามความต้องการของคุณหรือไม่ โรงงานผลิตลิปสติกที่ดีต้องมีเครื่องจักรการผลิตที่ทันสมัย, มีใบรับรองมาตรฐาน HACCP / GMP / HALAL/GMP / ISO หรือผ่านการรับรองจดแจ้ง อย. ,ตรงต่อเวลาในการขนส่งสินค้าให้คุณพร้อมจำหน่าย และถ้าจะให้ดี โรงงานนั้นๆ เป็นผู้ผลิตลิปสติกส่งให้บริษัทที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วก็ยิ่งดี

          บริษัท เพียว เดอริมา แลบบอราทอรีส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจแบบ OEM เป็นผู้ให้บริการรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ลิปสติกคุณภาพดี นอกจากนี้ เรายังเสริมการบริการด้านอื่นๆ ให้กับลูกค้า เพื่อผลักดันให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโต และพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

3. จัดการวางแผนการเงินภายในธุรกิจให้ดี จ่ายเท่าที่จำเป็นและสำคัญ

          คุณต้องวางแผนทางการเงินให้เหมาะสม จะต้องมีส่วนของเงินสด หรือส่วนของทุนเอาไว้หมุนเวียนภายใน เพื่อสร้างสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจลิปสติกของตัวคุณเอง และส่วนกำไร ก็แบ่งเก็บเอาไว้ อย่าสนใจแค่ส่วนกำไรที่ได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับเงินทุนที่เอาไว้หมุนเวียนด้วย ต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด รับรองได้ว่าเงินหมุนเวียนภายในธุรกิจของคุณไม่มีติดขัดอย่างแน่นอน

4. พยายามคุมเกมส์ให้ได้ด้วยตัวเอง

            เมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจ  Start Up แบรนด์ลิปสติก คุณต้องเรียนรู้และศึกษาข้อมูลในการจัดการและควบคุมงานด้วยตัวเอง เพราะหากคุณมีเงินทุนที่จำกัด ควรหลีกเลี่ยงการว่าจ้างบุคคลภายนอก คุณต้องพยายามเรียนรู้เพื่อควบคุมระบบการทำงานในธุรกิจลิปสติกของคุณให้ได้ เพราะจะทำให้คุณเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องเริ่มต้นมากกว่าการจ้างบุคคลภายนอก การทำงานด้วยตัวเองจะเป็นการสร้างประสบการณ์ในด้านธุรกิจได้อย่างลึกซึ้งและให้โอกาสคุณสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

5. ใช้ความต้องการของลูกค้ามาสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์

            เมื่อคุณกำลังเริ่มต้นจะเป็นเจ้าของแบรนด์ลิปสติก คุณต้องเข้าใจความต้องการของสาวๆ ส่วนใหญ่ว่าชอบใช้ลิปสติกแบบไหน เช่น สียอดนิยม เนื้อลิปสติก และในปัจจุบันเทรนด์เรื่องสุขภาพกำลังแรงหากคุณมีจุดขายเกี่ยวกับวัตถุดิบจากธรรมชาติจะยิ่งทำให้ลิปสติกของคุณมีความโดดเด่นเพิ่มมากขึ้นอีก

            ทั้งกล้าที่จะตอบคำถาม รับฟังคำติชมจากลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจลิปสติกของคุณ จับจุดกลุ่มลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยทำงาน และนำสิ่งที่สอดคล้องกับสินค้าของคุณมาพัฒนาให้ตรงความต้องการของตลาดอาจเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีคนทำ ด้วยวิธีการนี้ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของคุณโตไวยิ่งขึ้น     

6. ลุยตลาดให้เหมาะกับสถานการณ์

            การเติบโตแบบสุดๆ จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อยอดขายเราทะลุเป้าและทำให้ลูกค้าพึงพอใจในระยะยาว ปัญหาสำคัญคือ จะไปให้ถึงวิธีที่ว่านั้นอย่างไร คำตอบคือ “ดูเวลา” บางครั้งธุรกิจก็ต้องยอมหยุดเพื่อดูตลาดการดันทุรังลุยสู้กับคู่แข่ง นอกจากเจ็บตัวบางทีอาจเจ็บใจหากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และขาดทุน ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด คนมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย การผลิตลินค้า ลิปสติกออกมาต้องดูให้เหมาะสมและดูที่ความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ หากสินค้าไหนมีมากเกินไปการเลือกแข่งขันเพื่อแชร์ตลาดเป็นหนทางที่ไม่ถูกนัก ยุคนี้ต้องคิดว่าจะคลอดสินค้าแบบไหนให้ถูกใจ ถูกเงินในกระเป๋าลูกค้าได้มากที่สุด

7. นำเสนอการขายอย่างสร้างสรรค์

          ในการเริ่มต้นธุรกิจ Start Up  แบรนด์ลิปสติก ต้องสร้างสรรค์การขายอย่างสม่ำเสมอ มีไอเดียการขายใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า อีกทั้งควรวางแผนด้านการขายอย่างเป็นขั้นตอนให้ชัดเจน เพื่อให้ดำเนินงานไม่สะดุดและสำเร็จตามเป้าหมาย

8. การปรับแต่งปริมาณความต้องการของตลาดอยู่เสมอ

            เพราะหากธุรกิจของคุณไปได้ดีและมีโอกาสที่เติบโต คุณก็ต้องพร้อมที่จะเพิ่มยอดผลิตลิปสติกให้มากขึ้น และต้องคอยเช็คความต้องการอยู่เสมอ เพื่อไม่ก่อให้เกิดการผลิตสินค้ามากเกินความต้องการของตลาด หรือสินค้าของคุณขาดตลาด ดังนั้น เรื่องปริมาณการผลิตและความต้องการทางตลาดต้องบริหารจัดการให้มีความสอดคล้องกันให้ได้มากที่สุด

9. อย่าหยุดที่จะคิด

            หากมีทีมงาน ก็ควรช่วยกันคิดและตัดสินใจ เพราะธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือจะเป็นธุรกิจประเภทใด ห้ามหยุดคิดที่จะพาธุรกิจให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ อย่าคิดว่าพอแล้ว อยู่ตัวแล้ว อย่าลืมว่าธุรกิจมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะสำเร็จแล้วหรือยังไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่เกิดปัญหาหรืออุปสรรค หากเตรียมการรับมืออยู่เสมอ

10. รีบกอบโกย

            ถ้าสูตรลิปสติกที่คุณคิดขึ้นมาโดนเลียนแบบง่าย หากเห็นท่าไม่ดี ก็อย่าฝืนดีกว่าเพราะถ้าสู้ต่อไปจะเจอสงครามราคา สงครามการแย่งชิงช่องทางการขายไปจนกระทั่งทำให้สายป่านธุรกิจลิปสติกของคุณสู้ไม่ไหว ถ้าเห็นท่าไม่ดีจังหวะนั้นรีบกอบโกย ระบายสินค้าใน Stock หรือเร่งทีมขายให้ทำงานด่วนๆ แต่ก็หมั่นศึกษาคู่แข่งอยู่ตลอด เพราะเราก็อาจจะมีโอกาสชนะได้เหมือนกัน ถ้าช่วงกอบโกยเราทำงานหนัก เข้าถึงลูกค้าได้เยอะกว่า และบริการของเราดี คู่แข่งเข้ามาใหม่ก็จะลำบากอยู่พอสมควร ใช้ความที่เรามาก่อนให้เป็นข้อได้เปรียบ

11. กอดลูกค้าเดิมให้แน่น

            ถ้าเทียบต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ กับการดูแลลูกค้าเดิม แล้วทำให้เค้าซื้อซ้ำอีก ต้นทุนการดูแลลูกค้าเดิมของเราน้อยกว่าเงินโฆษณาที่ต้องจ่ายไปให้กับลูกค้าใหม่เยอะเลย ดังนั้น ห้ามลืมลูกค้าเก่าเป็นอันขาด แต่ส่วนมากข้อผิดพลาดของนักธุรกิจคือ ไม่เคยเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าเก่าไว้เลย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทำให้เราสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าเรายาก อย่างน้อยก็ควรจะเป็น ชื่อ เบอร์ติดต่อ ช่องทางที่จะตามบริการลูกค้าเก่าได้ต่อ ทำให้การดูแลหลังการขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น และทำให้ลูกค้านึกถึงเราทุกเมื่อ

12. มีพันธมิตที่ดีก็จะ win-win ทั้งคู่

            อย่าลืมว่าการเติบโตทางธุรกิจเราไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวได้ ธุรกิจระดับโลกยิ่งต้องมีพันธมิตร แต่ก่อนเริ่มจับคู่ธุรกิจกับใคร ให้เจ้าของแบรนด์ลิปสติกมือใหม่เริ่มจากการคิดก่อนว่า ธุรกิจของเราต้องการอะไรจากเขา แล้วเขาจะได้อะไรจากเรา ลองยื่นข้อเสนอที่เขาปฏิเสธไม่ได้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ยั่งยืนตามสูตรที่ว่า 1+1 ต้องมีค่ามากกว่า 2 คือ พออยู่ร่วมกันแล้วต้องเกิดตัวเร่งที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด

            หากพิจารณาให้ดี การทำธุรกิจให้โตแบบก้าวกระโดดส่วนจะโตได้กี่เท่าอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับความลึกในการบริหารจัดการ ทฤษฏีการตลาดทั่วไปเรามีความคุ้นเคยและรู้จักกันดี แต่สิ่งที่แตกต่างคือผู้บริหารที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากจะเลือกใช้วิธีการที่ลึกซึ้งกว่า อันเป็นผลพาธุรกิจเติบโตได้เร็วกว่า ในฐานะคนทำธุรกิจใหม่อาจต้องศึกษาเรื่องนี้ให้มาก ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งพัฒนาความรู้ตัวเอง และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ ธุรกิจก็จะยิ่งเติบโตได้ไวมากขึ้นด้วย

สอบถามเพิ่มเติมการรับผลิตครีมและเครื่องสำอางเป็นของตัวเองปรึกษา Purederima 
Callcenter : 02-2854266-7 / 061-656-1449
Line : @purederima
Facebook: Pure Derima Laboratories
Website : https://www.pdl.co.th/
Instagram : purederima

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *