เทคนิคการตั้งราคาสินค้าให้ยอดขายพุ่ง

หนึ่งในเทคนิคการขายที่สามารถเรียกลูกค้าให้หันมาสนใจสินค้าของเราได้มาก นั่นก็คือ “การตั้งราคาสินค้า” ซึ่งถือเป็นด่านแรกที่เจ้าของแบรนด์หน้าใหม่ต้องตีโจทย์ข้อนี้ให้เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปหากรู้ว่าอะไรที่มีผลต่อการกำหนดราคาสินค้า แต่จะตั้งแบบไหนจึงจะพอดี และขายได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ บางครั้งอาจต้องอาศัยเทคนิคหลายอย่าง รวมถึงเรื่องของจิตวิทยาเข้าช่วย ในบทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคการตั้งราคา ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ร้านของคุณไม่ขาดทุนอีกด้วย

1. สำรวจราคากลาง สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ ก่อนจะตั้งราคาสินค้าแนะนำว่าควรสำรวจตลาดเพื่อเช็กราคาสินค้าที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าของเรา ว่าเป็นอย่างไร มีค่ากลางอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วมาคำนวณต้นทุนของเราว่าควรจะบวกกำไรมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้ราคาที่เหมาะสมไม่หนีจากราคาตลาด จะทำให้เรากำหนดทิศทางของราคาง่ายขึ้น เพราะว่าถ้าเราต้องการกำไรมากแต่ไม่ดูแนวโน้มราคาตลาด ทั้งๆ ที่คู่แข่งขายสินค้าเหมือนเรา โอกาสขายได้จะน้อยลงเพราะราคาจะมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากๆ

2. ตั้งราคาให้ง่ายต่อการคำนวณ การตั้งราคาสินค้าแบบให้คำนวนง่ายนั้น จะช่วยลดระยะเวลาการคิดและคำนวณของผู้ซื้อ และจะช่วยทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นอีกด้วย เป็นผลดีต่อเจ้าของสินค้าและลูกค้า ข้อแรกคือทำให้คุณคิดราคาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ข้อสองคือ ทำให้ลูกค้าไม่ลังเลที่จะจ่าย และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เทคนิคการตั้งราคาสินค้าในข้อนี้นิยมใช้ในสินค้าชิ้นเล็กๆ ที่ต้องการขายสินค้ามากกว่าหนึ่งชิ้นขึ้นไป ตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 50 บาท คุณอาจจะแนะนำให้ลูกค้าซื้อสินค้าจำนวนสองชิ้นในราคา 100 บาท เพื่อเป็นการง่ายต่อการจ่ายและการทอน เป็นต้น

3. ตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 เป็นเทคนิคที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ กับราคาสินค้าที่ลงท้ายด้วยเลข 9 ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค เช่น สินค้าราคา 99 บาท กับ 100 บาท ซึ่งราคาต่างกันเพียง 1 บาท แต่ความรู้สึกของลูกค้ารู้สึกว่าราคา 99 บาทนั้นถูกกว่า 100 บาท มากๆ  การตั้งราคาเต็มจำนวนหรือการใช้ตัวเลขกลมๆ มีผลต่อความรู้สึก ทำให้ลูกค้าคิดไปว่าสินค้านั้นแพงและอาจตัดสินใจไม่ซื้อได้ จะเห็นว่าการตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 เป็นหลักจิตวิทยาที่ดึงดูดใจลูกค้าอย่างหนึ่ง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าราคาไม่แพง มีผลต่อการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

4. ยิ่งซื้อมากยิ่งลดมาก เป็นเทคนิคที่ใช้ล่อความสนใจให้กับลูกค้า ด้วยการเพิ่มส่วนลดในกรณีที่ลูกค้าซื้อมากกว่า 1 ชิ้นขึ้นไป ซึ่งผลดีที่เกิดขึ้นกับคุณคือ จะทำให้คุณได้ปริมาณการซื้อที่เพิ่มขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโปรโมชั่นที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากกว่าการซื้อเพียงแค่ชิ้นเดียว นอกจากนี้ คุณยังมีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดและชื่อเสียงของแบรนด์มากกว่าคู่แข่ง อาจจะมีการลดกำไรลงมาอีกนิดหน่อยเพื่อแลกกับยอดซื้อที่มากขึ้น

5. เทคนิคซื้อสินค้ายกเซ็ตคุ้มค่ากว่า วิธีนี้จะทำให้เจ้าของแบรนด์ขายของได้ปริมาณมากกว่าหนึ่งชิ้นแน่นอน เพราะการตั้งราคาแบบรวมเป็นชุดจะกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการ รู้สึกว่าซื้อแล้วคุ้มค่ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อครีมบำรุงผิวหน้ากลางวันในราคา 500 บาท แล้วเกิดความลังเลที่จะอยากได้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนในราคา 500 บาทเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากเจ้าของแบรนด์จัดเป็นเซ็ตชุดบำรุงผิวหน้าทั้งกลางวันและกลางคืนขายในราคา 850 บาท ลูกค้าจะประหยัดเงินในกระเป๋าลงได้อีกถึง 150 บาท วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น และทำให้ยอดขายดียิ่งขึ้น

6. จัดโปรโมชั่น การตั้งราคาสินค้าร่วมกับโปรโมชั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่น่าสนใจ และสามารถสร้างแรงดึงดูดได้ไม่น้อยเลย เจ้าของแบรนด์ควรกำหนดวัน เวลา ที่จัดโปรโมชั่นให้ชัดเจน และประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบมากที่สุด เช่น การตั้งราคาขายสำหรับการซื้อชิ้นที่ 2 ถูกลง 50% หรือซื้อ 1 แถม 1 หรือการกำหนดยอดสั่งซื้อฟรีค่าจัดส่ง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมั่นใจว่าเหมาะสมกับต้นทุนและไม่ส่งผลกระทบต่อตนเอง

7. แยกราคาออกจากค่าขนส่ง ถึงแม้เราอาจจะเคยได้ยินว่า การรวมค่าขนส่งเข้ากับราคาสินค้าไปเลย และบอกผู้ใช้ว่าฟรีค่าขนส่งจะได้ผลดี แต่ตามหลักจิตวิทยาแล้ว ผู้ใช้จะทำการเปรียบเทียบราคาสินค้าของเรา กับคู่แข่งของเราในตลาดเสมอดังนั้น เมื่อเราแสดงราคาสินค้าที่แยกกับค่าขนส่ง จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าของเราถูกกว่าคู่แข่ง ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกค้าก็ฉลาดพอที่จะเอาราคาหลักเรา + ค่าขนส่ง ก่อนไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง แต่ลูกค้าก็จะยังติดภาพราคาหลักของเราที่ถูกกว่า ทำให้เราได้เปรียบมากขึ้น

8. ของแถมน่าสนใจ เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยจูงใจให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าของคุณมากขึ้น เช่น ขายลิปสติกแถมดินสอเขียนปาก ขายครีมบำรุงผิวหน้าแถมครีมกันแดด เป็นต้น จะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น กระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ไวขึ้น แต่คุณควรคำนึงถึงผลกำไรให้ดี การให้ของแถมไม่ควรจะทำให้เราขาดทุนมากจนเกินไป

สอบถามเพิ่มเติมการรับผลิตครีมและเครื่องสำอางเป็นของตัวเองปรึกษา Purederima

Callcenter : 02-2854266-7 / 061-656-1449

Line : @purederima

Facebook: Pure Derima Laboratories

Website : https://www.pdl.co.th/

Instagram : purederima

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *